นอกจากรู้วิธีการใช้งานรถแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับผู้ใช้รถนั่นคือการรู้จักระบบเบรกรถยนต์ของตัวเอง วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับระบบเบรกว่ามีอะไรบ้าง ตามมาอ่านกันเลยครับ
ระบบเบรกรถยนต์มีหน้าที่อะไรบ้าง
ระบบเบรกมีหน้าที่ชะลอความเร็วหรือหยุดล้อขณะที่รถเคลื่อนที่โดยสร้างแรงเสียดทานบริเวณเบรก ผ่านการออกแรงเหยียบที่แป้นเบรก
ระบบเบรกรถยนต์มีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปมีระบบเบรกแบบไฮโดรลิกทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ แบบดรัมเบรก และแบบดิสเบรก ซึ่งสมัยก่อนรถเก๋งรุ่นเก่าจะใช้ดรัมเบรกทั้ง 4 ล้อ แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ดิสก์เบรกที่ล้อหน้าทั้ง 2 ล้อแทนแล้ว
1. ระบบดรัมเบรก (Drum Brake System)
ประกอบด้วยตัวดรัมเป็นโลหะวงกลมที่อยู่ติดกับดุมล้อ และชุดฝักเบรก (ได้แก่ ผ้าเบรก สปริงดึงกลับ ลูกสูบน้ำมันเบรก และกลไกปรับแต่งเบรก) ซึ่งจะติดตั้งอยู่กับลูกล้อ ดรัมเบรกจะทำงานทันทีหลังจากเหยียบเบรกโดยผ้าเบรกโค้งๆ ทั้งสองชิ้นจะถูกแม่ปั๊มดันไปติดเข้ากับด้านในของฝาครอบเบรก ซึ่งฝาครอบจะยืดติดกับล้อรถอีกที ทำให้ล้อรถชะลอความเร็วและหยุดรถได้ในที่สุด
ข้อดี: ก้ามเบรกและดรัมเบรกยึดกับดุมล้อช่วยให้หยุดรถได้เร็ว นิยมนำมาแต่งได้มากกว่าและบำรุงรักษาง่ายกว่าดิสก์เบรก เหมาะกับรถบรรทุก
ข้อเสีย: ระบบถ่ายเทความร้อนและระบายน้ำไม่ดีเท่าดิสก์เบรก หากผ้าเบรกร้อนมากทำให้ประสิทธิภาพของการเบรกลดลงด้วย
ประเภทของดรัมเบรก
- ก้ามปูนำ 2 ก้าม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจับประกบกับฝาครอบเบรกได้ด้วยตัวเอง จึงใช้แรงเหยียบเบรกน้อยลงมาก นิยมใช้กับล้อคู่หน้าของรถ
- ก้ามปูนำและก้ามปูตาม ทำงานโดยการดึงถ่างผ้าเบรกของล้อหลังออกให้ดันฝาครอบด้วยแรงสปริง นิยมใช้กับล้อหลังของรถยนต์ทั่วไป
2. ระบบดิสก์เบรก (Disc Brake System)
ประกอบด้วยแผ่นจานดิสก์ คาลิปเปอร์ (หรือก้ามปูเบรก) ผ้าเบรก และลูกปั๊มน้ำมันเบรก ดิสก์เบรกจะทำงานหลังจากเหยียบเบรกโดยแม่ปั๊มจะดันผ้าเบรกให้หนีบกับจานเบรกที่มีล้อรถติดอยู่ ทำให้ล้อรถชะลอความเร็วและหยุดลงได้นั่นเอง
ข้อดี: ระบบถ่ายเทความร้อนและระบายน้ำดีกว่าดรัมเบรก บำรุงรักษาและทำความสะอาดง่าย ตอบสนองทันทีที่ใช้งาน
ข้อเสีย: กำลังเบรกน้อยกว่าดรัมเบรก ใช้แรงเหยียบเบรคมากกว่า ผ้าเบรกหมดเร็วกว่า และราคาสูงกว่าดรัมเบรก
ประเภทของดิสก์เบรก
- ดิสก์เบรกแบบก้ามปูยืดอยู่กับที่ (Fixed-Position Disc Brake)
- ดิสก์เบรกแบบก้ามปูแกว่ง (Swinging-Caliper Disc Brake)
- ดิสก์เบรกแบบเคลื่อนที่ (Sliding-Caliper Disc Brake)
วิธีเช็คผ้าเบรกแบบง่ายๆ
โดยทั่วไปอายุการใช้งานของผ้าเบรกจะอยู่ที่ 48,000 – 56,000 กิโลเมตร แต่ก็อยู่ที่รูปแบบการใช้งานด้วยว่าใช้งานในเมืองหรือชนบท หากเป็นในเมืองจะใช้เบรกบ่อยกว่าเนื่องจากเส้นทางไม่ได้ยิงยาวเหมือนชนบทที่แทบไม่ต้องใช้เบรกเลย โดยท่านสามารถเช็คอาการของผ้าเบรกได้ดังนี้
- ได้ยินเสียงเสียดสีกันของโลหะ
- เหยียบเบรกประมาณ 2-3 ครั้งแล้วมีเสียง
- ผ้าเบรกหมดหรือหนาไม่ถึง 3 มิลิเมตร
จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าเบรกทั้งสองประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ทางที่ดีควรเช็กระบบเบรกเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถของตัวท่านเอง แต่สำหรับใครที่ซื้อรถจาก Teddy Auto Sale สามารถนำรถมาเช็คสภาพได้ทุกเมื่อ ทางเรามีศูนย์บริการมาตรฐานพร้อมบริการถึง 4 สาขา โดยช่างผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดครับ
ทำไมต้องซื้อรถนำเข้ากับ Teddy Auto Sale
Teddy Auto Sale ศูนย์นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปคุณภาพสูงหลากหลายรูปแบบตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น MPV , Mini MPV, SUV, Sedan, Sport มาพร้อมออฟชั่นครบครันจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Toyota , Honda , Porsche , Mini , Bentley จำหน่ายในราคาสุดคุ้ม ไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้า มีบริการหลังการขายโดยช่างผู้ชำนาญการที่ได้รับการอบรมจากประเทศญี่ปุ่น มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและทันสมัย มีเครือข่ายการบริการช่วยเหลือฉุกเฉินครอบคลุมทั่วประเทศ บริการรับรถถึงที่ รวมถึงมีสาขาให้ท่านเลือกใช้บริการถึง 4 สาขา ได้แก่
สำหรับรถ Alphard & Vellfire เทดดี้ที่เดียวในไทยที่กล้ามอบ Warranty พร้อมใบ Certificate รับรองจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมระบบ Hybrid สูงสุด 5 ปี / 100,000 km. กรณีมีปัญหา เราพร้อมเปลี่ยนอะไหล่ให้ทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข เทดดี้ ออโต้เซลส์พร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านด้วยใจ เอาใส่ใจทุกขั้นตอนราวกับคนในครอบครัว เพราะเราเชื่อว่าการมีรถดีๆ สักคันจะช่วยสร้างความสุขให้ทุกท่านได้ตลอดการเดินทาง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่